เชื่อว่าหลายคนเคยยืนอยู่ตรงจุดที่ต้องตัดสินใจว่า บัตรเครดิตกับบัตรกดเงินสด อันไหนดีกว่ากัน โดยเฉพาะเวลาที่ต้องการเงินด่วนหรือต้องการวงเงินสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน บัตรทั้งสองประเภทนี้ดูเผิน ๆ อาจคล้ายกัน แต่ความจริงแล้วมีความแตกต่างในรายละเอียดที่ส่งผลต่อกระเป๋าเงินของเราอย่างมาก บทความนี้ XFast Cash จะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุม ตั้งแต่ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ไปจนถึงสิทธิประโยชน์ เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

บัตรเครดิต คืออะไร?
ก่อนจะเปรียบเทียบ เรามาทำความเข้าใจพื้นฐานกันก่อน บัตรเครดิต คือบัตรที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินออกให้ เพื่อใช้ชำระค่าสินค้าและบริการแทนเงินสด โดยผู้ถือบัตรจะได้รับวงเงินสินเชื่อจำนวนหนึ่ง และต้องชำระเงินคืนภายในรอบบิลที่กำหนด
หากชำระเต็มจำนวนภายในวันที่กำหนด จะไม่เสียดอกเบี้ย แต่ถ้าเลือกชำระขั้นต่ำหรือผ่อนชำระ ก็จะมีดอกเบี้ยเกิดขึ้น นอกจากนี้ บัตรเครดิตยังมาพร้อมสิทธิประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสะสมคะแนน ส่วนลดร้านค้า หรือประกันการเดินทาง ซึ่งทำให้บัตรเครดิตเป็นมากกว่าแค่เครื่องมือชำระเงิน
บัตรกดเงินสด คืออะไร?
บัตรกดเงินสด หรือที่หลายคนเรียกว่าบัตรสินเชื่อส่วนบุคคล เป็นบัตรที่ออกแบบมาเพื่อให้กดเงินสดจากตู้ ATM ได้โดยเฉพาะ วงเงินที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับรายได้และเครดิตของผู้สมัคร
ความแตกต่างสำคัญคือ บัตรกดเงินสดจะคิดดอกเบี้ยทันทีที่กดเงินออกมา ไม่มีช่วงปลอดดอกเบี้ยเหมือนบัตรเครดิต แต่ข้อดีคือสามารถเข้าถึงเงินสดได้ง่ายและรวดเร็ว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเงินสดจริงๆ ไม่ใช่แค่ใช้รูดซื้อของ
เปรียบเทียบให้ชัด! บัตรไหน “คุ้มค่ากว่า” ใน 4 เรื่อง
เมื่อเข้าใจพื้นฐานของบัตรทั้งสองประเภทแล้ว ถึงเวลาเจาะลึกในแต่ละประเด็นที่หลายคนสงสัย เพื่อหาคำตอบว่าบัตรไหนตอบโจทย์ความต้องการของเรามากกว่ากัน

1. อัตราดอกเบี้ย: บัตรไหน “เสียเงินน้อยกว่า”?
เรื่องดอกเบี้ยถือเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อจำนวนเงินที่ต้องจ่ายคืนทั้งหมด
- บัตรเครดิต มีข้อได้เปรียบตรงที่มีช่วงปลอดดอกเบี้ยประมาณ 45-55 วัน หากใช้จ่ายและชำระเต็มจำนวนภายในกำหนด จะไม่เสียดอกเบี้ยเลยแม้แต่บาทเดียว แต่ถ้าเลือกผ่อนชำระหรือจ่ายขั้นต่ำ อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ประมาณ 16-18% ต่อปี และหากกดเงินสดจากบัตรเครดิต ดอกเบี้ยจะเริ่มคิดทันทีตั้งแต่วันที่กด ไม่มีช่วงปลอดดอกเบี้ย
- บัตรกดเงินสด จะคิดดอกเบี้ยทันทีที่กดเงินออกมา อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 18-25% ต่อปี ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินและโปรไฟล์ของผู้สมัคร ไม่มีช่วงปลอดดอกเบี้ยเหมือนบัตรเครดิต
สรุป: หากใช้จ่ายซื้อสินค้าและชำระคืนเต็มจำนวน บัตรเครดิตชนะขาดเพราะไม่เสียดอกเบี้ยเลย แต่ถ้าต้องการกดเงินสดและผ่อนชำระ ต้องเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยของแต่ละสถาบันอย่างละเอียด
2. ค่าธรรมเนียม: บัตรไหน “ฟรีค่าใช้จ่ายมากกว่า”?
นอกจากดอกเบี้ยแล้ว ค่าธรรมเนียมบัตรกดเงินสด และบัตรเครดิตก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง
- บัตรเครดิต มีค่าธรรมเนียมหลายรายการ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมรายปี (บางบัตรฟรีตลอดชีพหรือฟรีเมื่อใช้จ่ายตามเงื่อนไข) ค่าธรรมเนียมกดเงินสดประมาณ 3% ของยอดเงินที่กด และค่าธรรมเนียมชำระล่าช้าหากไม่จ่ายตามกำหนด
- บัตรกดเงินสด ส่วนใหญ่ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี และไม่มีค่าธรรมเนียมการกดเงิน แต่จะมีค่าธรรมเนียมชำระล่าช้าและอาจมีค่าธรรมเนียมอื่นๆ ตามเงื่อนไขของแต่ละสถาบัน
สรุป: บัตรกดเงินสดมักมีค่าธรรมเนียมน้อยกว่าในแง่ของการกดเงินสด แต่บัตรเครดิตหลายใบก็ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีเช่นกัน
3. สิทธิประโยชน์: บัตรไหน “ให้ผลตอบแทนดีกว่า”?
ในแง่ของสิทธิประโยชน์ บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
- บัตรเครดิต มาพร้อมสิทธิประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสะสมคะแนนแลกของรางวัล เงินคืน (Cashback) ส่วนลดร้านอาหารและช้อปปิ้ง ประกันการเดินทาง เข้าใช้ห้องรับรองสนามบิน และโปรโมชั่นผ่อน 0% กับร้านค้าที่ร่วมรายการ
- บัตรกดเงินสด มักไม่มีสิทธิประโยชน์เสริมมากนัก เน้นความสะดวกในการเข้าถึงเงินสดเป็นหลัก บางสถาบันอาจมีโปรโมชั่นลดดอกเบี้ยช่วงแรกสำหรับลูกค้าใหม่
สรุป: บัตรเครดิตชนะในเรื่องสิทธิประโยชน์อย่างไม่ต้องสงสัย หากต้องการได้รับผลตอบแทนจากการใช้จ่าย
4. การชำระคืน: บัตรไหน “บริหารจัดการหนี้ง่ายกว่า”?
การวางแผนชำระคืนเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการบริหารหนี้ที่ดีจะช่วยให้ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยมากเกินจำเป็น
- บัตรเครดิต มีความยืดหยุ่นในการชำระ สามารถเลือกจ่ายเต็มจำนวน จ่ายขั้นต่ำ (ประมาณ 5-10% ของยอดหนี้) หรือเลือกผ่อนชำระรายเดือนได้ นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกแปลงยอดใช้จ่ายเป็นผ่อนชำระภายหลังได้อีกด้วย
- บัตรกดเงินสด มักกำหนดยอดชำระขั้นต่ำเป็นเปอร์เซ็นต์ของวงเงินที่ใช้ไป และมีระยะเวลาผ่อนชำระที่กำหนดไว้ชัดเจน การบริหารจัดการอาจตรงไปตรงมากว่า แต่ความยืดหยุ่นน้อยกว่าบัตรเครดิต
สรุป: บัตรเครดิตมีความยืดหยุ่นในการชำระมากกว่า แต่บัตรกดเงินสดอาจช่วยให้วางแผนการผ่อนได้ชัดเจนกว่า
แล้ว บัตรเครดิตกับบัตรกดเงินสด อันไหนดีกว่ากัน?
คำตอบของคำถามนี้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้จ่ายและความต้องการของแต่ละคน
- เลือกบัตรเครดิต หากต้องการใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการเป็นหลัก สามารถชำระเต็มจำนวนได้ทุกเดือน ต้องการสะสมคะแนนและรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ และไม่ได้ต้องการกดเงินสดบ่อยครั้ง
- เลือกบัตรกดเงินสด หากต้องการเงินสดสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ไม่ได้ใช้จ่ายรูดบัตรบ่อย ต้องการหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมการกดเงินสด และสะดวกกับการผ่อนชำระแบบตายตัว
สำหรับคนที่มีบัตรเครดิตอยู่แล้วแต่ต้องการเงินสดเร่งด่วน ปัจจุบันมีบริการรับรูดบัตรเครดิตเป็นเงินสด ออนไลน์ ที่ช่วยเปลี่ยนวงเงินบัตรเครดิตเป็นเงินสดได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยได้รับเงินโอนเข้าบัญชีภายใน 2 นาที พร้อมรองรับการผ่อนชำระได้สูงสุด 10 เดือน ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการความยืดหยุ่น
สรุปข้อดี-ข้อเสีย บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด
เพื่อให้เห็นภาพรวมชัดเจนยิ่งขึ้น ลองดูตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของบัตรทั้งสองประเภทแบบเทียบกันตรง ๆ
| หัวข้อ | บัตรเครดิต | บัตรกดเงินสด |
| ดอกเบี้ย | มีช่วงปลอดดอกเบี้ย 45-55 วัน | คิดดอกเบี้ยทันทีที่กด |
| ค่าธรรมเนียมรายปี | มี (บางบัตรฟรี) | ส่วนใหญ่ไม่มี |
| ค่าธรรมเนียมกดเงินสด | ประมาณ 3% | ไม่มี |
| สิทธิประโยชน์ | มากมาย (คะแนน ส่วนลด เงินคืน) | น้อยหรือไม่มี |
| ความยืดหยุ่นในการชำระ | สูง | ปานกลาง |
| เหมาะกับ | ใช้จ่ายซื้อสินค้า | ต้องการเงินสด |
สรุป
บัตรเครดิตกับบัตรกดเงินสด อันไหนดีกว่ากัน ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และความต้องการของแต่ละคน บัตรเครดิตเหมาะสำหรับคนที่ใช้จ่ายซื้อสินค้าเป็นหลักและต้องการสิทธิประโยชน์ ในขณะที่บัตรกดเงินสดเหมาะสำหรับคนที่ต้องการเงินสดสำรองไว้ใช้ยามจำเป็น
ไม่ว่าจะเลือกบัตรประเภทไหน สิ่งสำคัญคือการวางแผนการใช้จ่ายและชำระหนี้อย่างมีวินัย เพื่อไม่ให้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมกลายเป็นภาระทางการเงินในระยะยาว